ผมเคยไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ผมสังเกตเห็นว่าบริกรที่มารับออร์เดอร์มีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ
พอผมมองไปทั่วๆจึงเห็นว่าบริกรในร้านมีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันทุกคน
ด้วยความสงสัยผมจึงถามเขาดู
“ขอถามหน่อยเถอะมีไว้ทำไมเนี่ยเห็นมีกันทุกคนเลย”
“ช้อนนี่หรือครับ”
“เจ้าของร้านเขาจ้างบริษัทที่ปรึกษามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานครับ
เขาเก็บข้อมูลอยู่หลายเดือนแล้วก็บอกว่า ลูกค้าจะทำช้อนตกมากว่าอย่างอื่นถึง ๗๓.๘๔%
ซึ่งตกประมาณ ๓ ครั้งต่อโต๊ะต่อชั่วโมง ซึ่งถ้าพนักงานเราเตรียมการไว้ก่อน
ก็จะสามารถลดจำนวนครั้งที่จะต้องเดินกลับไปที่ครัว และก็สามารถลดพนักงานที่ใช้ลงได้ ๑ คนต่อกะ”
พอเขาพูดเสร็จผมก็ได้ยินเสียงช้อนหล่นอยู่หลังผม
บริกรที่คุยอยู่กับผมก็หยิบช้อนในกระเป๋าเสื้อส่งให้ใหม่แล้วบอกว่า
“ผมจะหยิบอันใหม่เมื่อผมผมกลับไปที่ครัวแทนที่จะรีบเข้าไปหยิบในครัวเดี๋ยวนี้”
ผมรู้สึกประทับใจมาก และเมื่อผมมองดูรอบๆอีกครั้งผมก็สังเกตเห็นด้ายเส้นเล็กๆ
ห้อยออกมาจากช่องซิปกางเกงของบริกรทุกคน
ด้วยความสงสัยผมจึงถามบริกรคนเดิมอีกครั้ง
“รบกวนอีกทีเถอะ ทำไมถึงต้องมีด้ายห้อยออกมาจากตรงนั้นด้วย”
“โอ้โฮเฮะ” เขาดูตื่นเต้นมาก “
ผมไม่เคยเจอใครช่างสังเกตอย่างคุณเลยนะครับ
จริงๆแล้วไอ้นี่ก็เป็นผลงานของบริษัทที่ปรึกษาเจ้าเดิมนั่นแหละ
เขาบอกว่ามันทำให้เราสามารถประหยัดเวลาที่ใช้ตอนเข้าห้องน้ำได้”
“ประหยัดได้ไง” ผมสงสัย ” ก็…
” เขาอธิบาย ” เราผูกด้ายนี่เข้ากับปลายไอ้นั่น คุณคงเข้าใจนะครับ
แล้วพอจะฉี่เราก็แค่ดึงด้ายนี่ออกมา มือก็ไม่เลอะ มันก็ประหยัดเวลาที่ต้องล้างมือไปได้
เขาว่ามันทำให้ประหยัดเวลาที่ต้องใช้ในห้องน้ำลงไปตั้ง ๗๖.๓๙%”
“อืม… ร้ายจริงๆ” ผมรู้สึกทึ่ง
“ว่าแต่ว่าไอ้ด้ายนั่นช่วยตอนเอาออกมา แล้วตอนเก็บเข้าไปล่ะจะทำไง?”
“เอ่อ…” เขากระซิบ “ผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง แต่ผมน่ะ…ใช้ช้อน”
วันนี้นั่งอ่านเมล์ค้างทั้งหลาย เจอฟอร์เวิร์ดเมล์ฮาๆ อันนี้ล่ะ เลยเอามาฝากอีกจ้า